March 29, 2025
8 เทคนิคทำ Hashtag ให้ติดเทรนด์ X และ Twitter Trend แบบมืออาชีพ
จากประสบการณ์บริหารแคมเปญ Twitter Trend (X Trend) มากกว่า 7 ปี และสร้างกระแส #Hashtag ให้ติดอันดับ 1-10 มาแล้วมากกว่า 100 แคมเปญ บ้านดอยปุยขอแบ่งปันกลยุทธ์ฉบับ "ตัวจริง" ที่จะทำให้แบรนด์ของคุณสร้างกระแสพูดถึงบน Twitter ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทำไมต้องสร้างกระแสบน X หรือ Twitter?
Twitter (หรือ X) เป็นแพลตฟอร์มที่มีพลังในการสร้างการรับรู้แบบ "ปากต่อปาก" สูงมาก เพราะคนบน Twitter มักแชร์และพูดถึงประเด็นที่กำลังเป็นกระแสอย่างรวดเร็ว การติด เทรนด์ทวิตเตอร์ จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง
จากผลงานที่เราเคยทำ เช่น #ICONSIAMSongkran2019 ที่สร้าง Impression กว่า 13 ล้าน และมี Retweet กว่า 267,000 หรือ #ของมันต้องมีก่อน40 ที่ติด Thailand Trends ต่อเนื่อง 6 ชั่วโมงและมีผู้ร่วมกว่า 63,700 คน เรามั่นใจว่าเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จเช่นกัน
8 เทคนิคทำให้ติด Twitter Trend แบบบ้านดอยปุย
1. ออกแบบ Hashtag ที่โดดเด่น จดจำง่าย
การเลือก Hashtag ที่เหมาะสมคือกุญแจสำคัญของความสำเร็จ โดยมีหลักการดังนี้:
-
ความยาวไม่เกิน 25 ตัวอักษร: สั้น กระชับ จดจำและพิมพ์ง่าย
-
สื่อความหมายชัดเจน: ควรบ่งบอกถึงแคมเปญหรือประเด็นที่ต้องการสื่อสาร
-
มีความเป็นเอกลักษณ์: หลีกเลี่ยงการใช้คำทั่วไปที่มีคนใช้อยู่แล้ว
-
ใช้ภาษาให้เหมาะสม: เลือกใช้ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย ไม่ควรผสมกันในหนึ่ง Hashtag
ตัวอย่าง Hashtag ที่ประสบความสำเร็จ:
-
#NetflixVelvetBuzzsaw: สั้น กระชับ มีชื่อแบรนด์และชื่อคอนเทนต์
-
#ของมันต้องมีก่อน40: สร้างความอยากรู้ กระตุ้นให้คนอยากมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น
2. วางแผนจังหวะเวลาอย่างแม่นยำ
การเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมมีผลอย่างมากต่อความสำเร็จในการสร้างเทรนด์:
-
ช่วงไพรม์ไทม์: 18:00-22:00 น. เป็นช่วงที่คนไทยใช้ Twitter มากที่สุด
-
วางแผนตามกลุ่มเป้าหมาย:
กลุ่มนักเรียน/นักศึกษา - เริ่มหลังเลิกเรียน 16:00 น.
กลุ่มคนทำงาน - ช่วงพักเที่ยงหรือหลังเลิกงาน -
ต้นชั่วโมง: อัลกอริทึมของ Twitter มักจะคำนวณเทรนด์ใหม่ทุกต้นชั่วโมง จึงควรเริ่มแคมเปญในช่วงนี้
เทคนิคเสริม: ใช้เวลาช่วงวิกฤติ 15-30 นาทีแรกให้เต็มที่ นี่คือช่วงที่จะกำหนดว่าแฮชแท็กของคุณจะติดเทรนด์หรือไม่
3. เตรียมทีม Influencers ให้พร้อม
จากประสบการณ์ของเรา การมี Influencers ที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ:
-
คัดสรร KOL ที่เข้ากับแบรนด์: เลือก Influencers ที่มีฐานแฟนคลับสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย
-
บางประเภทตามจำนวนผู้ติดตาม:
Macro Influencers (100K-1M+ Followers)
Micro Influencers (10K-90K Followers)
Nano Influencers (1K-9K Followers) -
รักษาความเป็นตัวตนของ Influencers: อย่าบังคับให้ใช้ภาษาที่ผิดไปจากคาแรคเตอร์ปกติ เพราะจะทำให้ขาดความน่าเชื่อถือ
ตัวอย่างแพ็กเกจที่เราใช้:
-
Shiba Pack: 30 KOLs (ครอบคลุมผู้ติดตามทุกระดับ) = KPIs 2M Impressions / 10K+ Retweets
-
Labrador Pack: 70 KOLs = KPIs 5M Impressions / 30K+ Retweets

4. วางกลยุทธ์การปล่อยทวีต
การทวีตอย่างมีกลยุทธ์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างเทรนด์:
-
สร้าง Original Tweet มากกว่า Retweet: ทวีตใหม่มีน้ำหนักในอัลกอริทึมมากกว่าการรีทวีต
-
กระจายเนื้อหาให้หลากหลาย: แต่ละคนควรทวีตข้อความที่แตกต่างกันเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ
-
ใช้ Spike Strategy: สร้างการทวีตพร้อมกันในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อสร้าง "พลังกระเพื่อม"
-
หลีกเลี่ยงการเมนชั่น (@username) ในช่วงแรก: เพราะอาจจะไม่ถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของเทรนด์
5. ใช้เนื้อหาหลากหลายรูปแบบ
การสร้างเนื้อหาที่มีพลังเป็นหัวใจสำคัญของการทำ Hashtag ให้ติดเทรนด์:
-
สร้าง Content Pillar: กำหนดประเด็นหลักที่ Influencers จะพูดถึงให้ชัดเจน
-
ใช้สื่อประกอบ: รูปภาพ วิดีโอ หรือ GIF ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมได้มาก
-
สร้างประเด็นที่คนอยากมีส่วนร่วม: เลือกหัวข้อที่กระตุ้นให้คนทั่วไปอยากแสดงความคิดเห็น
-
เตรียม Content ล่วงหน้า: ส่งตัวอย่างทวีตให้ Influencers ล่วงหน้าอย่างน้อย 72 ชั่วโมง
เทคนิคพิเศษ: ในช่วง 15 นาทีแรก เน้นทวีตข้อความล้วนที่มีแฮชแท็กก่อน หลังจากนั้นค่อยเพิ่มรูปภาพหรือวิดีโอ
6. รักษาโมเมนตัมอย่างต่อเนื่อง
การติดเทรนด์ไม่ใช่เพียงแค่ช่วงเริ่มต้น แต่ต้องรักษาความต่อเนื่อง:
-
ช่วงแรก (15-30 นาที): ทวีตหนาแน่นที่สุดเพื่อให้ติดอันดับ
-
หลังติดเทรนด์: วางแผนให้มีการทวีตต่อเนื่องเพื่อรักษาตำแหน่ง
-
ขยายประเด็น: เมื่อติดเทรนด์แล้ว สามารถขยายเนื้อหาให้หลากหลายขึ้น
7. กระตุ้นการมีส่วนร่วมจากผู้ใช้ทั่วไป
การมีส่วนร่วมจากผู้ใช้ทั่วไปจะช่วยขยายวงกว้างของแฮชแท็ก:
-
สร้างคำถามหรือประเด็นถกเถียง: ทำให้คนอยากแสดงความคิดเห็น
-
จัดกิจกรรมร่วมสนุก: เช่น แจกของรางวัลสำหรับทวีตที่สร้างสรรค์
-
ชวนให้แชร์ประสบการณ์: ทำให้เกิด User-Generated Content (UGC)
กรณีศึกษา: แคมเปญ #ของมันต้องมีก่อน40 ที่กระตุ้นให้คนแชร์สิ่งที่อยากมีก่อนอายุ 40 ทำให้เกิด Conversation กว่า 98,200 รายการ
8. วิเคราะห์และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
การทำ เทรนด์ทวิตเตอร์ (Twitter Trend) ให้ประสบความสำเร็จต้องมีการเรียนรู้และปรับปรุงอยู่เสมอ:
-
ติดตามผลทันที: ตรวจสอบจำนวน Impressions, Engagements และอันดับที่ติดเทรนด์
-
ทำ Social Listening: วิเคราะห์ความรู้สึกและประเด็นที่คนพูดถึงมากที่สุด
-
ปรับกลยุทธ์ระหว่างทาง: หากพบว่าบางประเด็นได้รับความสนใจมาก ให้ขยายประเด็นนั้น
ข้อควรระวังในการทำ Twitter Trend
-
หลีกเลี่ยงพฤติกรรมสแปม: อย่าให้บัญชีเดียวทวีตซ้ำๆ ในเวลาสั้นๆ
-
ความเป็นธรรมชาติ: อย่าให้ทุก Influencers ใช้ข้อความเหมือนกันทุกคน
-
ระยะเวลาเตรียมงาน: ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 72 ชั่วโมงในการเตรียมเนื้อหาและประสานงานกับ Influencers
-
ประสบการณ์จริง: หากต้องการให้ Influencers รีวิวสินค้า ต้องให้ได้ลองใช้สินค้าจริงก่อนเสมอ
ตัวอย่างแคมเปญที่ประสบความสำเร็จ
1. #ICONSIAMSongkran2019
-
Impressions: 13,542,780
-
Retweets: 267,789
-
ผลลัพธ์: กระตุ้นการรับรู้งานสงกรานต์ที่ไอคอนสยาม
2. #NetflixVelvetBuzzsaw
-
Impressions: 4,247,094
-
Retweets: 48,644
-
ผลลัพธ์: สร้างการรับรู้ภาพยนตร์ใหม่บน Netflix
3. #ของมันต้องมีก่อน40
-
ติดเทรนด์ต่อเนื่อง 6 ชั่วโมง
-
ผู้ร่วมแคมเปญ: 63,700 users
-
Conversations: 98,200 (2,535 Original Tweets, 95,600 Retweets)
-
ผลลัพธ์: สร้างการรับรู้เกี่ยวกับการวางแผนการเงิน
สรุป
การทำให้ Hashtag ติด เทรนด์ทวิตเตอร์ ไม่ใช่เรื่องของโชคหรือความบังเอิญ แต่เป็นศาสตร์และศิลป์ที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ การเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้ และการสร้างเนื้อหาที่มีพลัง
ที่บ้านดอยปุย บริษัท digital marketing เรามีประสบการณ์มากกว่า 7 ปีในการสร้างกระแสบน Twitter และประสบความสำเร็จในการติดเทรนด์มาแล้วมากกว่า 100 แคมเปญ เราพร้อมเป็นผู้นำทางในการสร้างกระแสให้กับแบรนด์ของคุณ
ติดต่อสอบถาม วางแผนการตลาด
digital marketing agency สร้างการรับรู้แบรนด์ ติดต่อได้ที่
Telephone : 0645245632
Facebook : Baan Doy Pui - บ้านดอยปุย
Email : [email protected]
Line ID : bdp.balloon


